![]() |
||||||
เรื่องราวควรบันทึกไว้ ---------------------------------------------------- การการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกธรรม หรือที่เรียกกันว่า นักธรรม ของคณะสงฆ์ไทย เกิดขึ้นตามพระดำริของสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส (พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์ที่ ๔๗ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระเจ้าน้องยาเธอของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๐ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นการศึกษาพระธรรมวินัยในภาษาไทย เพื่อให้ภิกษุสามเณรผู้เป็นกำลังสำคัญของพระพุทธศาสนาสามารถศึกษาพระธรรมวินัยได้สะดวกและทั่วถึง อันจะเป็นพื้นฐานนำไปสู่สัมมาปฏิบัติ ตลอดจนเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กว้างไกลออกไป ในช่วงแรก เป็นการจัดการศึกษาเพื่อเป็นหลักสูตรพื้นฐานสำหรับพระภิกษุสามเณรเท่านั้น เรียกว่า “สอบธรรมสนามหลวง” เมื่อสิ้นสมัยของพระองค์ คณะสงฆ์ไทยได้มอบหมายให้มีพระเถระรับผิดชอบดูแลในหน่วยงานนี้อย่างต่อเนื่อง เรียกว่า “แม่กองธรรมสนามหลวง” ต่อมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า วัดราชบพิธฯ สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ ๑๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงพิจารณาเห็นว่า การศึกษานักธรรมมิได้เป็นประโยชน์ต่อภิกษุสามเณรเท่านั้น แม้ผู้ที่ยังครองฆราวาสวิสัยก็จะได้รับประโยชน์จากการศึกษานักธรรมด้วย โดยเฉพาะสำหรับเหล่าข้าราชการครู จึงทรงตั้งหลักสูตรนักธรรมสำหรับฆราวาสขึ้น เรียกว่า “ธรรมศึกษา” ได้เปิดสอบธรรมศึกษาตรีครั้งแรก เมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ และเปิดสอบครบทุกชั้นในเวลาต่อมา มีฆราวาสเข้าสอบเป็นจำนวนมาก มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ในปัจจุบันนั้น มีประชาชน นักเรียน นักศึกษา ข้าราชการ และหน่วยงานเอกชนหลายกลุ่มอาชีพจำนวนมากได้สมัครเข้าสอบในแต่ละปีจำนวนล้านกว่าคน โดยเฉพาะสถานศึกษาต่าง ๆ ในทั่วประเทศได้ส่งนักเรียนและบุคคลากรในสังกัดของตนเข้าสอบจำนวนมากในทุก ๆ ปี การสอบธรรมสนามหลวง ดำเนินการต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ดำเนินการโดย “แม่กองธรรมสนามหลวง” เป็นผู้จัดการศึกษาแผนกธรรมของคณะสงฆ์ไทยอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีแม่กองธรรมสนามหลวงทั้งหมด ๗ รูป รูปปัจจุบัน คือ พระเดชพระคุณ พระพรหมมุนี วัดบวรนิเวศวิหาร กรุงเทพมหานคร โดยเป็นข้อกำหนดของคณะสงฆ์ไทยที่กำหนดให้วัดต่าง ๆ ในทั่วประเทศ ต้องจัดการศึกษาให้ผู้บวชเข้ามาใหม่ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมยุตหรือมหานิกาย ต้องศึกษาและเข้าสอบตามหลักสูตรของแม่กองธรรมสนามหลวง นอกจากนั้น วัดต่าง ๆ หากต้องการจะจัดการสอนธรรมศึกษาให้ฝ่ายฆราวาสและส่งรายชื่อเข้าสอบ ก็ให้ดำเนินการขอเปิดสนามสอบธรรมศึกษาได้ โดยไม่จำกัดการสอบอยู่เฉพาะในวัดเท่านั้น เมื่อจัดการอบรมหรือให้การศึกษาตามแต่ละพื้นที่จะกำหนดแล้ว มีกำหนดการวัดผลปีละ ๑ ครั้ง ผู้สอบผ่านจะมีใบประกาศนียบัตรมอบให้ผู้สอบผ่านในชั้นนั้น (ชั้นตรี ชั้นโท และชั้นเอก) วัดป่าสำราญจิต ต.บ้านชวน อ.บำเหน็จณรงค์ จ.ชัยภูมิ เป็นวัดหนึ่่งที่ได้จัดการศึกษาแผนกธรรมเพื่อให้พระภิกษุสามเณรได้เข้าสอบนักธรรมในทุกปีตามหลักสูตรของแม่กองธรรมสนามหลวง นอกจากนั้น ยังเป็นวัดหนึ่งที่มีการจัดการศึกษาสำหรับฝ่ายฆราวาสและส่งเข้าสอบธรรมศึกษา ในอดีต การส่งผู้เข้าสอบธรรมศึกษาในแต่ละปีมีจำนวนไม่แน่นอน มีผู้สมัครสอบเป็นลูกศิษย์วัดบ้าง ลูกหลานของชาวบ้านในพื้นบ้าง จำนวนไม่แน่นอน แต่ก็มีผู้เข้าสอบในลักษณะนี้เรื่อยมา แม้จะเคยมีการเข้าสอบจำนวนมากในอดีต แต่ก็เป็นช่วงสั้น ๆ ประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๒ วัดป่าสำราญจิตได้ร่วมมือกับคณะครูเปิดเป็นโรงเรียนสอนพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ (ขณะนั้น ผู้บันทึกข้อมูลยังเป็นสามเณรน้อยอยู่ที่วัดป่าสำราญจิต) โดยนำนักเรียนที่มาเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ที่วัดป่าสำราญจิต (นักเรียนในขณะนั้น เท่าที่จำได้เป็นนักเีรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นจากโรงเรียนบำเหน็จณรงค์วิทยาคม) ให้สมัครเข้าสอบธรรมศึกษาด้วย การดำเนินการในรูปแบบโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ได้ดำเนินกาต่อมาอีกไม่กี่ปี ก็เป็นอันหยุดไป จะด้วยสาเหตุใดไม่ทราบได้ การสอบธรรมศึกษาแบบจำนวนมากที่นี่ จึงหายไปด้วย
ต่อมา พ.ศ. ๒๕๔๓ ท่านหลวงพ่อ พระครูอนุรักษ์วัฒนกิจ (หลวงพ่อน้อย ตนฺติปาโล) เจ้าอาวาสวัดป่าสำราญจิตและเจ้าคณะอำเภอบำเหน็จณรงค์ (ธรรมยุต) ขณะนั้นดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะตำบลบ้านชวน (ธรรมยุต) ได้ร่วมมือกับโรงเรียนในพื้นที่ส่งบุคลลากรและนักเรียนเข้าสอบธรรมศึกษาด้วย โดยลักษณะการจัดเบื้องต้น เริ่มต้นดังนี้
ในปีต่อ ๆ มา ก็ยังมีการอบรมในลักษณะนี้อยู่ และต่อมาได้เปลี่ยนมาเป็นวิธีการเข้าไปอบรมก่อนสอบแทนการสอนในวันเสาร์ - อาทิตย์ เหมือนเดิม โดยในปีต่อ ๆ มานั้น เมื่่อถึงคราวก่อนสอบจะมีพระวิทยากรจากกรุงเทพมหานคร และพระวิทยากรในพื้นที่ที่ท่านมีความสามารถ เดินทางมาช่วยอบรมนักเรียนก่อนสอบธรรมศึกษามาอย่างต่อเนื่อง
และต่อมา มีสถานศึกษาที่เข้ามาร่วมอีกหนึ่งแห่ง คือ โรงเรียนเริงรมย์วิทยาคม ตำบลโคกเริงรมย์ อำเภอบำเหน็จณรงค์ โดยการประสานงานของ อ.มุกดา เกิดสิน หมวดสังคม เป็นผู้ประสานงาน ภายใต้การสนับสนุนของผู้อำนวยการโรงเรียนเริงรมย์วิทยาคมและคณะครูด้วยดี ทางโรงเรียนได้ร่วมมือดีมาก ๆ โดยโรงเีรียนได้ส่งนักเรียนเข้าสอบทั้งโรงเรียน สนับสนุนการอบรม การสอบ วัดป่าสำราญจิตได้ขอเปิดสนามสอบไปที่สำนักงานแม่กองธรรมสนามหลวง และได้รับอนุมัติให้โรงเรียนเริงรมย์วิทยาคมเป็นสนามสอบในการดูแลของสำนักงานเจ้าคณะอำเภอบำเหน็จณรงค์ (ธรรมยุต) และดำเนินการสอบที่โรงเรียนเิริงรมย์ิวิทยามาแต่ต้นที่เ้ข้าร่วม แต่เป็นที่น่าเสียดาย เนื่องจากพระวิทยากรที่จะไปอบรมในระยะหลังน้อยลง ทำให้การสอนที่โรงเรียนแห่งนี้ดำเนินการไปได้เพียง ๔ ปี เท่านั้น ก็ไม่สามารถไปอบรมก่อนสอบให้ต่อได้ เพราะต้องใช้พระวิทยากรไปอบรมที่สองโรงเรียนเดิม พระวิทยากรไม่เพียงพอที่จะไปอบรมต่อ
การดำเนินการอบรมก่อนสอบ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ในระยะหลังถึงปัจจุบันนั้น ได้ดำเนินการโดยไม่ยึดติดในเรื่องพระวิทยากรว่าเป็นเป็นมหานิกายหรือธรรมยุต เป็นการอบรมโดยความร่วมมือกันของพระวิทยากรของทั้งสองนิกายที่มาช่วยงานกัน ผู้ประสานงานได้นิมนต์พระวิทยากรไม่ว่าจะทางกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด จะเป็นพระวิทยากรจากทั้งสองนิกายมาช่วยกันอบรม เพราะมุ่งไปที่ประโยชน์ด้านการสื่อธรรมะถึงประชาชนเป็นสำคัญในการทำงานนี้ พระิวิทยากรที่มีบทบาทสำคัญช่วยอบรมมาตลอดในระยะหลัง คือ พระมหาธนรัตน์ คุตฺตวํโส (พรามจร) วัดทรงธรรม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ แม้ว่าปฏิบัติงานด้านเลขานุการเจ้าคณะอำเภออยู่ที่นั่น แต่หากมีเวลาก็จะมาช่วยอบรมตลอด นอกจากนี้ ยังมีพระวิทยากรจากวัดสัมพันธวงศ์ กรุงเทพฯ และวัดอื่น ๆ ในกรุงเทพมหานคร ที่ผู้ประสานงานได้นิมนต์มาช่วยงานด้วย บางคราว การอบรมไม่จำกัดอยู่เฉพาะพระวิทยากรเท่านั้น บางปีก็ได้ขอให้ผู้สอบผ่านแล้ว เช่น ครูที่จบธรรมศึกษาเอกแล้ว หรือ บุคคลากรที่ำชำนาญการภายนอกอื่น ๆ เป็นต้น เข้ามาช่วยอบรม ทั้งการทำงานจะเน้นไปที่สถานศึกษาที่ยังไม่ผู้ดำเนินการ
ในส่วนของสนามสอบ วัดป่าสำราญจิต ซึ่งเป็นสนามสอบเดิม ยังขอใช้สถานที่ของโรงเรียนชุมชนชวนวิทยามาต่อเนื่อง มีโรงเรียนอีกหลายโรงเรียนได้สมัครเข้ามาสอบเพิ่มเติม คือ โรงเรียนบ้านห้วย อำเภอจัตุรัส และโรงเรียนบ้านโป่งเกต อำเภอซับใหญ่ เพราะสถานที่สอบใกล้กับสถานศึกษา เป็นการสะดวกที่จะนำนักเรียนมาสอบที่วัดป่าสำราญจิต
เป็นดั่งได้กล่าวในเบื้องต้นแล้วว่า การทำงานประสานกันของพระวิทยากรในการทำงานนี้ชี้จุดมุ่งหมายในการทำงานการเผยแพร่ธรรมะเป็นสำคัญ ในระหว่างทำงานนี้ ได้ช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างวัดและโรงเรียนได้ดีมาก เด็กในพื้นที่มีโอกาสได้เรียนธรรมะกับพระอาจารย์ที่มาอบรมสื่อความรู้สึกที่ดีไปถึงผู้ปกครองในการไม่ห่างวัด สมกับคำว่า "บวร" หมายถึง "บ้าน วัด โรงเรียน" ได้เป็นอย่างดี |
||||||
หมายเหตุ : ชมภาพบรรยากาศเก่า ๆ ในการดำเนินการครั้งแรก พ.ศ. ๒๕๔๓ ตามลิงค์ด้านล่าง |
||||||
-------------------------------------------- |
||||||
|